บ้านเดิมเจ้า

วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ประเพณีชักพระ-ทอดผ้าป่า อำเภอไชยา ประจำปี 2554



ประเพณีชักพระ(ลากพระ)

                ประเพณีชักพระเป็นประเพณีท้องถิ่นของชาวใต้ ซึ่งเป็นประเพณีทำบุญในวันออกพรรษา ซึ่งตรงกับ วันแรม 1 ค่ำเดือน 11 ซึ่งเชื่อกันว่า เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้า เสด็จไปจำพรรษา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อโปรดพระมารดา เมื่อครบพรรษาจึงเสด็จมายังโลกมนุษย์  พุทธศาสนิกชนจึงมารอรับเสด็จ แล้วอัญเชิญพระพุทธ เจ้าขึ้นประทับบน บุษบกแล้วแห่ไปรอบเมือง
                                ประวัติความเป็นมา
                                ประเพณีชักพระเป็นประเพณีทพราหมณ์ศาสนิกชนและพุทธศาสนิกชนปฏิบัติสืบต่อกันมา  สันนิษฐานว่าประเพณีนี้เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศอินเดีย ที่นิยมเอา เทวรูปออกแห่ในโอกาสต่าง ๆ  ต่อมาพุทธศาสนิกชนได้นำเอาคติความเชื่อดังกล่าวมาปรับปรุงให้สอดคล้องกับความเชื่อทางพุทธศาสนา  ประเพณีชักพระเล่ากันเป็นเชิงพุทธตำนาน ว่า หลังจากพระพุทธองค์ทรงกระทำยมกปาฏิหารย์ปราบเดียรถีย์ ณ ป่ามะม่วง กรุงสาวัตถี แล้วได้เสร็จไปจำพรรษา ณ ดาวดึงส์เพื่อโปรดพุทธมารดา ซึ่งขณะนั้นทรงจุติเป็นมหามายาเทพ สถิตอยู่ ณ ดุสิตเทพพิภพตลอดพรรษา พระพุทธองค์ทรงประกาศพระคุณของมารดาแก่เทวสมาคมและแสดงพระอภิธรรมโปรดพุทธมารดา 7 คัมภีร์ จนพระมหามายาเทพและเทพยดา ในเทวสมาคมบรรลุโสดาบันหมด ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 อันเป็นวันสุดท้ายของพรรษา พระพุทธองค์ได้เสด็จกลับมนุษยโลกทางบันได ทิพย์ที่พระอินทร์นิมิตถวาย บันไดนี้ทอดจากภูเขาสิเนนุราชที่ตั้งสวรรค์ ชั้นดุสิตมายังประตูนครสังกัสสะ ประกอบด้วยบันไดทอง บันไดเงินและบันไดแก้ว บันไดทองนั้นสำหรับเทพยดา มาส่งเสด็จอยู่เบื้องขวาของพระพุทธองค์ บันไดเงินสำหรับพรหมมาส่งเสด็จอยู่เบื้องซ้ายของพระพุทธองค์ และบันไดแก้วสำหรับพระพุทธองค์อยู่ตรงกลาง เมื่อพระพุทธองค์เสด็จมาถึง ประตูนครสังกัสสะตอนเช้าตรู่ของวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งเป็นวันออกพรรษานั้น พุทธศาสนิกชนที่ทราบกำหนดการเสด็จกลับของพระพุทธองค์จากพระโมคคัลลานได้มารอรับเสด็จ อย่างเนืองแน่นพร้อมกับเตรียมภัตตาหารไปถวายด้วย แต่เนื่องจากพุทธศาสนิกชนที่มารอรับเสด็จมีเป็นจำนวนมากจึงไม่สามารถจะเข้าไปถวายภัตตาหารถึงพระพุทธองค์ได้ทั่วทุกคน จึงจำเป็นที่ต้องเอาภัตตาหารห่อใบไม้ส่งต่อ ๆ กันเข้าไปถวายส่วนคนที่อยู่ไกลออกไปมาก ๆ จะส่งต่อ ๆ กันก็ไม่ทันใจ จึงใช้วิธีห่อภัตตาหารด้วยใบไม้โยนไปบ้าง ปาบ้าง ข้าไปถวายเป็น ที่โกลาหล โดยถือว่าเป็นการถวายที่ตั้งใจด้วยความบริสุทธิ์ด้วยแรงอธิษฐานและอภินิหารแห่งพระพุทธองค์ ภัตตาหารเหล่านั้นไปตกในบาตรของพระพุทธองค์ทั้งสิ้น เหตุนี้จึงเกิด ประเพณี "ห่อต้ม" "ห่อปัด" ขึ้น เพื่อเป็นการแสดงถึงความปิติยินดีที่พระพุทธองค์เสด็จกลับจากดาวดึงส์ พุทธศาสนิกชน ได้อัญเชิญพระพุทธองค์ขึ้นประทับบนบุษบกที่เตรียมไว้ แล้วแห่แหนกันไปยังที่ประทับของพระพุทธองค์ ครั้นเลยพุทธกาลมาแล้วและเมื่อมีพระพุทธรูปขึ้น พุทธศาสนิกชนจึงนำเอาพระพุทธรูปยกแห่แหนสมมติแทนพระพุทธองค์
                                  เรือพระ
                                 เรือพระ คือ รถหรือล้อเลื่อนที่ประดับตกแต่งให้เป็นรูปเรือแล้ววางบุษบก ซึ่งภาษาพื้นเมืองของภาคใต้เรียกว่า "นม" หรือ "นมพระ" ยอดบุษบก เรียกว่า "ยอดนม" ใช้สำหรับอาราธนาพระพุทธรูปขึ้นประดิษฐานแล้วลากในวันออกพรรษา  ลากพระทางน้ำ เรียกว่า "เรือพระน้ำ" ส่วนลากพระทางบก เรียกว่า "เรือพระบก" สมัยก่อนจะทำเป็นรูปเรือ ให้คล้ายเรือจริง ๆ และต้องทำให้มีน้ำหนักน้อยที่สุด จึงใช้ไม้ไผ่สานมาตกแต่งส่วนที่เป็นแคมเรือและหัวท้ายเรือคงทำให้แน่นหนา ทางด้านหัวและท้ายทำงอนคล้ายหัวและท้ายเรือ   แล้วตกแต่งเป็นรูปพญานาค ใช้กระดาษสีเงินสีทองทำเป็นเกล็ดนาค กลางลำตัวพญานาคทำเป็นร้านสูงราว 1.50 เมตร เรียกว่า "ร้านม้า"  ส่วนที่สำคัญที่สุด คือ บุษบก ซึ่งแต่ละที่จะมีเทคนิคการออกแบบบุษบก  มีการประดิษประดอยอย่างมาก หลังคาบุษบกนิยมทำเป็นรูปจตุรมุข  ตกแต่งด้วยหางหงส์ ช่อฟ้า ใบระกา และทุกครอบครัวต้องเตรียม "แทงต้ม" เตรียมหาใบกระพ้อ และข้าวสารข้าวเหนียวเพื่อนำไปทำขนมต้ม "แขวนเรือพระ"
                                                        
                                  การอัญเชิญพระลากขึ้นประดิษฐานบนบุษบก
                                 พระลาก คือ พระพุทธรูปยืน แต่ที่นิยม คือ พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร เมื่อถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 พุทธบริษัทจะสรงน้ำพระและเปลี่ยนจีวร แล้วอัญเชิญขึ้นบนบุษบก แล้วพระสงฆ์จะ เทศนา เรื่อง การเสด็จไปดาวดึงส์ของพระพุทธเจ้า  ในวันแรม 1 ค่ำเดือน 11 ในตอนเช้ามืด ชาวบ้านจะมาตักบาตรหน้านมพระ เรียกว่า "ตักบาตรหน้าล้อ" แล้วอัญเชิญขึ้นประดิษฐาน บนนมพระ

                                ลากพระบก
                                ใช้เชือกแบ่งผูกเป็น 2 สาย เป็นสายผู้หญิงและสายผู้ชาย  ใช้โพน ฆ้อง ระฆัง เป็นเครื่องตีให้จังหวะในการลากพระ  คนลากจะเบียดเสียดกันสนุกสนานและประสาน เสียงร้องบทลากพระเพื่อผ่อนแรง  ตัวอย่างบทร้องที่ใช้ลากพระ คือ  อี้สาระพา เฮโล เฮโล ไอ้ไหรกลมกลม หัวนมสาวสาว ไอ้ไหรยาวยาว สาวสาวชอบใจ

                                ลากพระน้ำ
                                การลากพระทางน้ำจะสนุกกว่าการลากพระทางบก เพราะสภาพการเอื้ออำนวยต่อกิจกรรมอื่น ๆ เช่น สะดวกในการลากพระ  ง่ายแก่การรวมกลุ่มกันจัดเรือพาย แหล่งลากพระน้ำที่มีชื่อเสียงอย่างยิ่ง คือ ที่อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร อำเภอพุนพินและ อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช รองลงมาอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง โดยเฉพาะอำเภอหลังสวนและที่บ้านแหลมโพธิ์ อำเภอหาดใหญ่ จะมีการเล่นเพลงเรือ ที่ขึ้นชื่อ ส่วนที่อำเภอปากพนังมีการเล่น "ซัดหลุม" (ซัดโคลน) กันสนุกสนานเพราะที่ปากพนังมีโคลนตมมาก การลากพระทางน้ำของเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี แปลกกว่าที่อื่น คือ จะลากกัน 3 วัน ระหว่างแรม 8 ค่ำถึงแรม 10 ค่ำ เดือน 11 มีการปาสาหร่ายโต้ตอบกันระหว่างหนุ่มสาว มีการเล่นเพลงเรือ และที่แปลกพิเศษ คือ มีการทอดผ้าป่าสามัคคีในวันเริ่มงาน






วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๔

ณ ตลาดไชยา


นายมนตรี เพชรขุ้ม เป็นประธานในพิธี


เรือพนมพระที่เข้าร่วมประเพณี


ขบวนพาเหรดจากชุมชนต่างๆ


กลุ่มสตรีที่ร่วมชักลากเรือพนมพระ


ขบวนแฟนซี







กลองยาวของชุมชนต่างๆที่ร่วมแห่








นักเรียนชุดนักรบโบราณ


มวยไชยา




















ประเพณีทำขวัญข้าวของตำบลป่าเว




































วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2554

การประชุมการแก้ไขความยากจนแบบบูรณาการ อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

วันที่ ๑๐ เดือนตุลาคม ๒๕๕๔



คุณประสิทธิ์ อมตาริยกุล ปลัดอาวุโส และคุณธนชัย ชูแนม  พัฒนาการอำเภอ ร่วมเป็นวิทยากร



ผู้เข้าร่วมประชุม ทุกหน่วยงาน




วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ประมวลภาพการแข่งขันเปตองชิงชนะเลิศระดับอำเภอ รายการไชยาสัมพันธ์

.จัดการแข่งขันที่ สนามชมรมเปตองบ้านในทอนหมู่ที่ ๕ ต.ป่าเว อ.ไชยา จ.สุราษฏร์ธานี

วันที่ ๘ เดือนตุลาคม ๒๕๕๔



มีทีมเปตองเข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน ๓๕ ทีม


ประมวลภาพการมอบรางวัล






รางวัลชนะเลิศอันดับ ๑ ได้แก่ ทีมชมรมเปตองไชยาวิทยา

                                    

ร่วมงาน กองทุนแม่ของแผ่นดิน บ้านเขาพนมแบก หมู่ที่ ๔ ต.ป่าเว อ.ไชยา สฎ.

วันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๔ ณ วัดเขาพนมแบก

หมู่ที่ ๔ ตำบลป่าเว อำเภอไชยา จังหวัสุราษฎร์ธานี



ประชาชนบ้านเขาพนมแบกร่วมงาน




                                            นายอำเภอไชยา ร่วมงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน




นายอำเภอไชยากับโครงการเข้าวัดวันธรรมสวนะไหว้พระสวดมนต์ทำบุญใส่บาตรตลอดเทศกาลเข้าพรรษา เดือนตุลาคม ๒๕๕๔

โครงการเข้าวัดวันธรรมสวนะไหว้พระสวดมนต์ทำบุญใส่บาตรตลอดเทศกาลเข้าพรรษา
                                                    เดือนตุลาคม ๒๕๕๔

            วันพุธ ที่ ๕ เดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๔ นายสุริยัณห์  จิรสัตย์สุนทร นายอำเภอไชยา
จัดโครงการเข้าวัดวันธรรมสวนะไหว้พระสวดมนต์ทำบุญใส่บาตรตลอดเทศกาลเข้าพรรษา
   ประจำเดือนตุลาคม ๒๕๕๔ ณ วัดเดิมเจ้า หมู่ที่ ๕ ตำบลป่าเว อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

                                       
                                      นายอำเภอไชยา พบปะพูดคุยกับชาวบ้านอย่างเป็นกันเอง


                                                              
  
                                                     หัวหน้าส่วนราชการที่ร่วมโครงการเข้าวัดฯ



เจ้าอาวาสวัดเดิมเจ้า





ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรอำเภอไชยา

                          







บันทึกการประชุมบ้านเดิมเจ้า ประจำเดือนตุลาคม ๒๕๕๔

                                              บันทึกการประชุมบ้านเดิมเจ้าประจำเดือนตุลาคม
                                              วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๓.๐๐ น.
                                        ณ ศาลาบ้านเดิมเจ้า(ดอนแตง)
ก่อนระเบียบวาระ  นายบุญพิพัฒน์ มากมี ผู้ใหญ่บ้านประธาน ในที่ประชุมกล่าวว่า ขอบคุณชาวบ้านเดิมเจ้า ที่ร่วมต้อนรับ นายอำเภอไชยา ที่ร่วมทำบุญวันพระเมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๔  ที่วัดเดิมเจ้า และแจ้งการดำเนินการซ่อมไฟฟ้าส่องสว่างในพื้นที่บ้านเดิมเจ้า และให้ร่วมกันติดตามข่าวสารอุทกภัยที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคไต้ ในช่วงเดือนตุลาคม ให้ชาวบ้านเดิมเจ้าเตรียมพร้อมรับภัย เพราะพื้นที่บ้านเดิมเจ้า เมื่อเดือนเมษายน ๒๕๕๔ น้ำท่วมหนักคงต้องเตรียมพร้อมกัน หลังจากนี้จะนัดประชุมเตรียมความพร้อมกันต่อไปจะเชิญหน่วยงานต่างๆมาร่วมแสดงความคิดเห็นกันต่อไป
ระเบียบวาระที่ ๑  ขอเชิญร่วมงาน วันปิยะมหาราช วันอาทิตย์ที่ ๒๓ เดือนตุลาคม ๒๕๕๔  เวลา ๐๗.๒๙เป็นต้นไป ณ หอประชุมอำเภอไชยา  ขอเชิญชาวบ้านบ้านเดิมเจ้าร่วมงานดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน และขอเชิญร่วงานพิธีตักน้ำและเสกน้ำพุทธมนต์เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ และกองราชิพิธี สำนักพระราชวัง ได้คำนวณฤกษ์ศุภมงคลการพิธีตักน้ำและปลุกเสกพระพุทธมนต์แล้ว โดยให้จังหวัดดำเนินการตามกำหนดการดังนี้ ประกอบพิธีตักน้ำในวันศุกร์ที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๔ ระหว่างเวลา ๑๔.๐๙-๑๔.๓๙ น.ณ วัดพระบรมธาตุไชยา แะประกอบพิธีเสกน้ำพุทธมนต์ในวันจันทร์ ที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เวลา ๑๘.๐๙-๑๘.๓๙ น.
ระเบียบวาระที่ ๒ ขอเชิญร่วมบรรพชาอุปสมบท ถวายเป็นสักการะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระชนมายุ ๘๔ พรรษา ณ วัดพระบรมธาตุไชยา ในวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ เป้าหมายตำบลละ ๑ คน หรือมากกว่านั้น โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ท่านที่สนใจติดต่อให้บุตรหลานบวชในครั้งนี้ติดต่อผู้ใหญ่บ้าน หรือ พระครูมหาเจติยารักษ์(อาจารย์แดง) ภายในวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน  ๒๕๕๔
ระเบียบวาระที่ ๓  อำเภอไชยา โดยนายอำเภอไชยา นายสุริยัณห์ จิรสัตย์สุนทร เน้นย้ำให้หมู่บ้านทุกหมู่บ้านดูแลเรื่องยาเสพติดเป็นหลักโดยให้ผู้ปกครองที่บุตรหลานเสพยาเสพติดที่ต้องการบำบัดให้ติดต่อที่โรงพยาบาลไชยาและเจ้าหน้าที่ฝ่ายมั่นคงอำเภอไชยา และให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้หมู่บ้านเดิมเจ้า ปลอดจากผู้ค้าและผู้เสพยาเสพติด
ระเบียบวาระที่ ๔ ขอเชิญเข้าร่วมโครงการ “หน่วยบรรเทาทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ในวันพฤหัสดีที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๔  ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ น.ณ โรงเรียนบ้านทุ่งนางเภา หมู่ที่ ๖ ตำบลโมถ่าย อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขอเชิญชาวบ้านเดิมเจ้าเข้าร่วมกิจกรรม พร้อมรับบริการจากหน่วยงานระกับจังหวัดและอำเภอ
ระเบียบวาระที่ ๕ ประชาสัมพันธ์การเข้าร่วมการจำนำข้าวที่ เริ่มในวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๔ ซึ่งเป็นโครงการแทนประกันราคาข้าวของรัฐบาลที่แล้วรายละเอียดตามเอกสารที่แจก.และเชิญชวนเกษตรกรที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนเกษตรกรสามารถลงทะเบียนเพิ่มเติมได้ หรือต้องการเปลี่ยนแปลงข้อมูลชนิดพืชหรือเพิ่มจำนวนพื้นที่เพาะปลูก โดยเอกสารที่ต้องใช้ และเกษตรกรที่ลงทะเบียนประมงไว้ครบอายุ ๒ ปี ต้องลงทะเบียนใหม่เพื่อปรับปรุงข้อมูล สามารถดูวันหมดอายุที่ บัตรเหลือง
ระเบียบวาระที่ ๖ประชาสัมพันธ์ การรับหมายเรียกเข้ารับราชการทหารปี ๒๕๕๔ ซึ่งประกาศให้ทหารกองเกินที่เกิดในปีมะแม พุทธศักราช ๒๕๓๔ ซึ่งมีอายุย่างเข้ายี่สิบเอ็ดปี ในปีพุทธศักราช ๒๕๕๔ และได้ลงบัญชีทหารไว้วันที่อำเภอไชยา ไปแสดงตนเพื่อรับหมายเรียก ณ ที่ว่าการอำเภอไชยา ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ ในวันเวลาราชการ โดนเตรียมเอกสารที่ต้องแสดง ๑.ใบสำคัญ(แบบ สด.๓๙) และบัตรประจำตัวประชาชน
ระเบียบวาระที่ ๗ ประชาสัมพันธ์ การรับสมัคร นักศึกษาใหม่ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๔ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ที่นอกระบบโรงเรียน สมัครได้ที่ศูนย์การศึกษา กศน.ประจำตำบล หรือที่ ศูนย์กศน.ประจำอำเภอไชยา หน้าโรงพยาบาลไชยา เอกสารที่ต้องเตรียม สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาวุฒิการศึกษา สำเนาบัตรประชาชน รูปถ่าย(ชุดนักศึกษา)ขนาด ๑ นิ้วจำนวน ๔ รูป
ระเบียบวาระที่ ๘ ประชาสัมพันธ์การดำเนินการงานขุดลอกตะกอนหน้าฝาย ซ่อมแซมในเขตชลประทานฝายคลองไชยา ซึ่งทางชลประทานได้ดำเนินการซ่อมแซมคลองส่งน้ำ ๑ ซ้าย สายใหญ่ฝั่งขวา การดำเนินดังกล่าวจึงงดการส่งน้ำชั่วคราว และทางฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ ๕ ฝายคลองไชยา บ้านท่าหัก ขออภัยในความไม่สะดวกครั้งนี้ด้วย โดย นายสมนัฐ มีเพียร หัวหน้าฝายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ ๕ ฝายคลองไชยา แจ้งให้ทราบ
ระเบียบวารที่ ๙ ปิดประชุม เวลา ๑๕.๐๐ น.