บ้านเดิมเจ้า

วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

เทคนิคง่ายๆ สำหรับชาวสวนยาง


การกรีดยาง

การกรีดยาง

ยางพันธุ์ดีไม่เหมือนยางพันธุ์พื้นเมือง กรีดครั้งหนึ่งน้ำยางออกมากกว่ายางพันธุ์พื้นเมืองประมาณ 1-3 เท่า ฉะนั้นการจะกรีดยางพันธุ์ดีบ่อยครั้งเหมือนกับการกรีดยางพื้นเมืองจึงทำไม่ได้ จำเป็นต้องให้มีเวลาพัก มิฉะนั้นต้นยางจะเป็นโรคเปลือกแห้ง คือกรีดแล้วน้ำยางไม่ออก

วิธีการกรีดยาง

ต้นยางทุกต้นมีท่อน้ำยางอยู่ที่เปลือก วนเวียนรอบ ๆ ต้นจากบนขวามาล่างซ้าย การกรีดยางจากขวามาซ้าย ซึ่งกรีดกันมาแต่ ก่อนนั้นท่อน้ำยางถูกตัดขาดน้อยกว่าการกรีดจากซ้ายมาขวา ฉะนั้นจึงควรกรีดจากซ้ายมาขวา เพื่อให้ท่อน้ำยางถูกตัดขาดมาก จะทำให้ได้น้ำยางมากขึ้น

ทางเดินของท่อน้ำยางและทิศทางที่ควรกรีด

การเปิดกรีดครั้งแรก

ต้นติดตา
1. ต้นยางจะเปิดกรีดได้เมื่อวันรอบต้นตรงบริเวณที่สูงจากพื้นดิน 150 ซม. ได้ 50 ซม. ขึ้นไป โดยไม่คำนึงถึงอายุของต้นยาง และเปิดกรีด ณ จุดที่สูงจากพื้นดิน 150 ซม.
2. ในระยะ 3 ปีแรก กรีดครึ่งต้นวันเว้นวัน โดยไม่มีการกรีดชดเชย และควรหยุดกรีดเมื่อยางผลัดใบ 
3. กรีดครึ่งต้นวันเว้นวัน ตลอดไป หลังจากกรีดไปแล้ว 3 ปี และมีการกรีดชดเชย ถ้าวันกรีดน้อยกว่า 200 วันต่อปี
 
4. กรีดจากซ้ายมาขวา โดยทำมุมให้เอียง 30-35 องศา กับแนวระดับ
ต้นกล้า
1. ต้นยางจะเปิดกรีดได้เมื่อวัดรอบต้นตรงบริเวณที่สูงจากพื้นดิน 75 ซม. ได้ 50 ซม. ขึ้นไป โดยไม่คำนึงถึงอายุของต้นยาง และเปิดกรีดที่จุดสูงจากพื้นดิน 75 ซม. 
2. กรีดครึ่งต้น กรีดวันเว้น 2 วัน สำหรับหน้าแรก
 
3. กรีดครึ่งต้นวันเว้นวันสำหรับหน้าต่อไป โดยไม่ต้องกรีดชดเชยแต่ควรหยุดกรีด เมื่อต้นยางผลัดใบ
 
4. กรีดจากซ้ายมาขวา โดยทำมุมให้เอียง 30-35 องศา กับแนวระดับ

อุปกรณ์ในการเปิดกรีดยาง
http://www.yangpara.com/picture/P03.jpg
1. ไม้เปิดกรีด
2. มีดกรีดยาง
3. ถ้วยรองน้ำยาง รางและลวดพยุงถ้วย

การเปิดกรีดหน้ายาง
http://www.yangpara.com/picture/P04.jpg
การเปิดกรีดให้เอาไม้แบบที่เตรียมไว้ ทาบเข้ากับส่วนสูงของลำต้น แล้วแนบแผ่นสังกะสีไปทางด้านซ้ายมือ ขีดเส้นตามแนวบนของแ ผ่นสังกะสีรอยที่เกิดขึ้น นี้ คือตำแหน่งหน้ายางที่จะเปิดกรีด ซึ่งมีความสูงและความลาดเอียงตามที่ต้องการ ต่อไปให้เครื่องหมายแนวของเปลือกที่จะต้องกรีดไว้ด้วย ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แนวด้านหน้าให้ขีดเส้นลงมาตามแนวของไม้ที่แนบไว้ ส่วนด้านหลังให้ใช้เชือกวัดรอบ< wbr>ต้นตรงความสูงที่จะเปิดกรีด แล้วทบสองความยาวของเชือกซึ่งจะเท่ากับครึ่งหนึ่งของเส้นรอบวงของต้นยางนั้น เอาปลายเชือกข้างหนึ่งจดที่เส้นแนวหน้าตรงหน้ายางที่จะเปิดกรีด ทาบเชือกไปรอบต้นสุดปลายเชือกก็คือแนวด้านหลัง แล้วขีดเส้นแนวย าวลงไปตามลำต้น



วิธีติดรางและถ้วยรับน้ำยาง
1. ติดรางรองน้ำยางห่างลงมาจากรอยกรีด 25 ซม. หรือ 9-10 นิ้ว ไม่ควรกดรางให้ลึกถึงเยื่อเจริญของต้นยาง 
2. ติดลวดและวางถ้วยรับน้ำยางห่างจากรางรับน้ำยางประมาณ 5-7 ซม. หรือ 2-3 นิ้ว

การสิ้นเปลืองเปลือก
ทุกครั้งที่กรีดยาง เปลือกยางจะถูกตัดออกไป ฉะนั้นเดือนหนึ่ง ๆ ควรกรีดเปลือกยางหมดประมาณ 1 นิ้ว หรือขนาดความกว้างของเหรียญบาท และควร< wbr>ทำเครื่องหมายไว้เพื่อตรวจสอบความสิ้นเปลืองของเปลือกยาง เมื่อกรีดมาถึงโคนหรือใกล้พื้นดิน ค่อย ๆ เลื่อนถ้วยรับน้ำยางจากขวาไปซ้ายตามความหดสั้นลงของรอยกรีด เพื่อใช้เปลือกบริเวณโคนให้หมด โดยไม่ต้องขุดหลุมฝังถ้วยแต่อย่างใด


การเปิดกรีดหน้าที่สอง
เมื่อกรีดยางหน้าแรกหมดแล้ว ให้เปิดกรีดหน้าที่สอง ของเปลือกยาง โดยเปิดกรีดหน้ายางสูงจากพื้นดิน 150 ซม. ทั้งต้นติดตาและต้น< wbr>กล้าและใช้มุมของการกรีดเท่ากับ 30-35 องศา ดังเดิม


ควรกรีดยางเวลาใด

การกรีดยางพันธุ์ดี ไม่จำเป็นต้องกรีดก่อนสว่าง ควรกรีดเมื่อสว่างแล้วคือประมาณ 06.00-08.00 น. ก็จะได้น้ำยางมากเท่า ๆ กันกับการกรีดยางก่อนส ว่าง แต่อย่าให้เกิน 11.00 น.

ข้อควรปฏิบัติ

1. ใช้มีดที่คมอยู่เสมอ
 
2. กรีดจากซ้ายไปขวา
 
3. กรีดครึ่งต้นวันเว้นวัน
 
4. อย่ากรีดลึกถึงเนื้อไม้
 
5. กรีดบาง ๆ เดือนหนึ่งใช้เปลือกอย่าให้เกิน 1 นิ้ว
 
6. ควรกรีดยางในตอนเช้าเป็นต้นไป 06.00-08.00 น. อย่าให้เกิน 11.00 น.
 
7. ไม่กรีดยางในขณะที่ต้นยางเปียก
 
8. หยุดกรีดเมื่อยางผลัดใบ
 
9. ทำความสะอาดถ้วยน้ำยางก่อนกรีดยางทุกครั้ง
 
10. เก็บน้ำยางเสร็จ คว่ำถ้วยไว้เสมอ
 
11. สำหรับสวนยางขนาดเล็ก ควรเปิดกรีดเมื่อต้นยางที่ได้ขนาดเปิดกรีดจำนวน 1/2 ของต้นยางทั้งสวน ส่วนสวนขนาดใหญ่ควรเปิดกร ีด เมื่อต้นยางได้ขนาดเปิดกรีดไม่น้อยกว่า 70% ของต้นยางทั้งหมด
 
หลักการกรีดยางที่ดี

1. กรีดให้ได้น้ำยางมาก
 
2. กรีดต้นยางเสียหายน้ำที่สุด
 
3. กรีดได้นาน 25-30 ปี
 
4. เปลืองค่าใช้จ่ายน้อย ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมสอบถามได้จาก เกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอหรือเกษตรตำบล
 

เอกสารเผยแพร่ที่ 30 
กรมส่งเสริมการเกษตร เรียบเรียง ชวลิตร หุ่นแก้ว กองส่งเสริมพืชสวน
ศิลป์ ชำนาญ เอี่ยมทัต กองเกษตรสัมพันธ์
จัดทำ พัฒนา นรมาศ กองเกษตรสัมพันธ์

ผลิตและเผยแพร่โดย
ฝ่ายเอกสารคำแนะนำ กองเกษตรสัมพันธ์
กรมส่งเสริมการเกษตร

วันอังคารที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ผักบุ้ง แก้โรคกลากเกลื้อน



อน เป็นเด็กบ้านนอกจำได้ว่าเวลามีใครเป็นกลากและเกลื้อน ซึ่งในยุคสมัยก่อนคนเป็นกันเยอะ บางคนเป็นในที่ลับไม่กล้าบอกใครเพราะอาย ในยุคนั้นผู้เฒ่าผู้แก่ที่มีความรู้เรื่องยาแผนไทย ให้เอา ดอกผักบุ้งแดงหรือ ผักบุ้งนา มีขึ้นหรือทอดเลื้อยตามผืนนาช่วงหน้าแล้งมากมาย 5-10 ดอก หรือตามต้องการแบบสด ขยี้หรือตำ ทาบริเวณที่เป็นบ่อยๆจะค่อยๆดีขึ้นและแห้งหายได้ในที่สุด

        
ผักบุ้งแดง หรือ LPOMOEA AQUA-TICA FORSK อยู่ในวงศ์ CONVOLVULA-CEAE ใน ผักบุ้งแดงมีสารชนิดหนึ่งที่มีโครงสร้างคล้าย อินซูลินช่วยลดน้ำตาลในกระแสเลือด สำหรับคนเป็นโรคเบาหวานได้ น้ำคั้นจากต้นและใบผสมเกลือป่นเล็กน้อยอม 2 นาทีแล้วบ้วนทิ้ง ทำวันละ 2 ครั้ง แก้ร้อนในได้ ทั้งต้นกินแก้กำเดาไหล แก้โรค ประสาท การเสื่อมสมรรถภาพ โรคนอนไม่หลับ ถ่ายเป็นเลือด ยางเป็นยาถ่าย ราก แก้ตกขาวสตรี แก้ปวดฟันที่เป็นรู เหงื่อออกมาก และลดบวมครับ

        
หนังสือ สมุนไพรไม้ดอกไม้ประดับหายากเล่มที่ 5 ของนายเกษตรสี่สีทั้งเล่ม เนื้อหาในเล่มไม่ซํ้ากับทุกเล่มที่ผ่านมา พิมพ์จำนวนจำกัด ไม่วางขายที่ไหน ส่วนเล่มที่ 4 เหลือไม่ถึง 30 เล่ม ราคาเล่มละ 600 บาท บวกค่าส่งกลับเล่มละ 30 บาท เหมือนกัน ส่งธนาณัติซื้อสั่งจ่าย คุณนงลักษณ์ ศรีอัชรานนท์ตู้ ปณ. 48 ปณ.สามแยกลาดพร้าว กทม. 10901 หรือ สอบถามผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผงยาโบราณ แก้สิวแผ่นหลัง เม็ดผื่นคันตุ่มหนองใส ลมพิษตามตัว, ครีมบำรุงกลางวัน มีส่วนผสมของโสมวิตามินอี, ครีมบำรุงกลางคืน ทำจากกวาวเครือขาว วิตามินอี, น้ำมันงาบริสุทธิ์ เพียวๆไม่ใช่สกัด ทาผิวหมักผม อม 1 ช้อนก่อนนอนบ้วนทิ้งดูดสารพิษ, ครีมโลดทนง รักษาสิวฝ้ารูขุมขนตีบลง, คอลลาเจนบริสุทธิ์ ช่วยให้ใบหน้ากระชับ, ยาต้มคลายเส้นไม้เท้าเฒ่าอาลี แก้ปวดเมื่อย แก้เกาต์ ลดเบาหวาน บำรุงไต บำรุงกำลัง โทร. 0—2275—2692 ครับ.

นายเกษตร
 แหล่งข้อมูล : ไทยรัฐ ออนไลน์ 2 เมษายน 2555

ผักเหลียง ยอดอาหาร ยอดสมุนไพร





ผักเหมียง หรือ ผักเหลียง ผักพื้นบ้านภาคใต้ สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัย มหิดล ระบุว่า ใบ มี เบต้าแคโรทีน สูงมาก เมื่อรับประทานแล้วจะเปลี่ยนเป็น วิตามินเอ ช่วยทำให้ สายตาดีมองเห็นชัดเจนในตอนกลางคืน ไม่เดิน ชนโต๊ะหรือเสาให้บาดเจ็บ ป้องกันไม่ให้เป็น โรค ตาบอดกลางคืน เด็กๆกินจะไม่เป็นโรคดังกล่าว ยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรงด้วย ตำรายาพื้นบ้าน ใบ ช่วยลอกฝ้า ทำให้สดชื่น แก้กระหายน้ำ

        ผักเหมียง หรือ GNETUM GNEMON LINN. อยู่ในวงศ์ GNETACEAE เป็นไม้โตเร็ว สูง 3-5 เมตร ดอกสีขาว มีดอกเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ผล สุกเป็นสีเหลือง กลมรี มี 1 เมล็ด ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำกิ่ง มียอดอ่อนและกิ่งตอนวางขายทั่วไป ใบอ่อนยอดอ่อน ทำแกงเลียง ต้มกะทิ ใช้ห่อเมี่ยงคำ ผัดหมู ใส่วุ้นเส้น แกงไตปลา ผัดไข่ แกงจืด ลวกหรือกินสดกับน้ำพริก กินเป็นผักแกล้มขนมจีนปักษ์ใต้ รสชาติมันปนหวานอร่อยมาก

        ครับ หนังสือ สมุนไพรไม้ดอก ไม้ประดับหายาก เล่มที่ 5 ของ นายเกษตร พิมพ์จำนวนจำกัด หมดแล้วหมดเลย ส่วนเล่มที่ 4 เหลือ ไม่ถึง 20 เล่ม ไม่วางขายที่ไหน ราคา เล่มละ 600 บาท บวกค่าส่งกลับเล่มละ 30 บาทเหมือนกัน ส่งธนาณัติซื้อสั่งจ่าย คุณนงลักษณ์ ศรีอัชรานนท์ ตู้ ปณ. 48 ปณ.สามแยกลาดพร้าว กทม. 10901 ระบุที่ส่งกลับพร้อมเล่มที่ต้องการให้ชัดเจน หรือสอบถามผลิตภัณฑ์สมุนไพร ครีมโลดทนง รักษาสิวฝ้ารูขุมขนตีบลง, ครีมนวดผมตะไคร้, แชมพูสูตร 5 ชนิด, สเปรย์ฉีดบำรุงรากผม, ผงยาโบราณ ทาแก้สิวแผ่นหลัง, คอลลาเจนบริสุทธิ์ ทาหน้าช่วยให้ใบหน้ากระชับ, ยาต้มคลายเส้นไม้เท้าเฒ่าอาลี แก้ปวดเมื่อยแก้เกาต์ลดเบาหวานบำรุงไตบำรุงกำลัง, เพชรสังฆาตแคปซูล แก้ริดสีดวงทวาร, ว่านชักมดลูกแคปซูล ช่วยให้มดลูกกระชับแก้คาวปลาดับกลิ่นเหม็นแก้ต่อมลูกหมากอักเสบไส้เลื่อนบุรุษ โทร. 0-22752692 ครับ.

นายเกษตร"

 แหล่งข้อมูล : ไทยรัฐ ออนไลน์ 16 เมษายน 2555

มะเขือพวง พืชใกล้ตัวที่ควรรู้





การ รู้จักเลือกบริโภคเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคในร่างกายเป็นแนวทางชีวิตที่กำลังได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน เพราะถ้าปล่อยให้ร่างกายเกิดโรคแล้วต้องไปให้แพทย์รักษาเพียงอย่างเดียว และพืชผักกินได้หลากหลายชนิด จัดเป็นสิ่งหนึ่งที่ผู้บริโภคให้ความสนใจที่จะเลือกรับประทานให้มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย และ มะเขือพวงเป็นผักชนิดหนึ่งที่ สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า มีแร่ธาตุที่มนุษย์ต้องการ เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส หรือธาตุเหล็ก สูงมาก เมื่อกินแล้วจะสามารถช่วยให้เจริญอาหาร ลดความดันโลหิต คนทั่วไปต้องการธาตุเหล็ก วันละ 15 มิลลิกรัม สตรีตั้งครรภ์และเด็กเล็กต้องการมากยิ่งกว่า ดังนั้นมะเขือพวงจึงดีต่อร่างกาย กินแล้วรอดพ้นจากการเจ็บไข้ได้ป่วย

        
สรรพคุณทางสมุนไพร ลำต้น กินแก้เมาเหล้า ทำให้รสเหล้าจืดลง กินเรื่อยๆ แก้โรคเบาหวานได้ ขับปัสสาวะ แก้ปวดฟกช้ำ ทำให้เลือดลมหมุนเวียนดี ใบสด ตำพอกแผลสดห้ามเลือด แก้ฝีบวมมีหนอง ผลสด ต้มน้ำกินเป็นยาแก้ไอ ขับเสมหะ เมล็ดเผาไฟแล้วสูดดมควัน แก้ปวดฟัน รากสด ตำพอกเท้าที่แตกเป็นแผล ผล มีสาร STEROIDAL  ALKALIOD

        
มะเขือพวง หรือ SOLANUM   TORYUM SWARTZ ชื่อสามัญ DEVIL’S FIG อยู่ในวงศ์ SOLANACEAE ถิ่นกำเนิดเขตร้อนทั่วไป ผลสดมีวางขายตามตลาดสดทั่วไป ผลอ่อนกินเป็นผักสด หรือลวกจิ้มน้ำพริก ใส่แกงเขียวหวาน แกงเผ็ด น้ำพริกกะปิ ช่วยทำให้รสชาติอร่อยยิ่งขึ้นและมีคุณค่าทางโภชนาการมหาศาลตามที่กล่าวข้างต้น เคยพบมี มะเขือพวงไร้หนามขาย ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณ แผง คุณตุ๊กหน้าตึกกองอำนวยการ ปัจจุบันไม่ทราบว่ายังมีอยู่หรือไม่ ใครต้องการต้นไปปลูกต้องไปสอบถามดู ส่วนมะเขือพวงชนิดต้นมีหนามมีขายทั่วไป ราคาสอบถามกันเองครับ

นายเกษตร
 แหล่งข้อมูล : ไทยรัฐ ออนไลน์ 20 เมษายน 2555




แหล่งโปรตีนเช่นเดียวกับการกินถั่วเหลือง ที่ธัญพืชพื้นบ้านชนิดนี้สร้างความฮือฮาให้ชาวโลกคือ มีการวิจัยพบว่า เม็ดบัวมีสารแอนติออกซิแดนต์ในปริมาณสูง ซึ่งสารนี้มีคุณสมบัติหลายอย่าง เช่น ชะลอการเสื่อมของอวัยวะและผิวพรรณ ป้องกันมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งตับ
          เม็ดบัวมีประโยชน์ทางยาสูงมาก แพทย์แผนไทย แนะนำว่า ช่วยบำรุงกำลัง แก้โรคข้อต่างๆ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ส่วนแพทย์แผนจีนบอกว่า ช่วยบำรุงไต ม้าม หัวใจ และตับซึ่งตรงกับงานวิจัยในต่างประเทศที่ระบุว่า

          “
สารแอนติออกซิแดนต์จะช่วยปกป้องและบำรุงตับ โดยเฉพาะตับที่ต้องขับสารแอฟลาท็อกซิน(Aflatoxin) ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดมะเร็งตับออกจากร่างกาย การกินเม็ดบัวจึงสามารถป้องกันการเกิดมะเร็งได้
เม็ดบัวไทย-จีน ความเหมือนที่แตกต่าง

         
การเลือกกิน เม็ดบัวส่วนใหญ่ที่เราเห็นทั่วไป จะเป็นสินค้าที่นำเข้าจากประเทศจีนซึ่งจะมีเมล็ดขนาดใหญ่ ผ่านการกะเทาะเปลือก ดึงดีบัว(ต้นอ่อนที่ฝังอยู่กลางเมล็ดมีสีเขียวเข้ม)ออก และอบแห้งแล้ว

         
ส่วนเม็ดบัวไทยนั้นไม่ค่อยพบวางจำหน่ายในท้องตลาด เนื่องจากมีเมล็ดเล็ก จึงไม่เป็นที่นิยม แต่จากผลการวิจัยของ อาจารย์ปริญดา ที่ศึกษาเปรียบเทียบปริมาณสารแอนติออกซิแดนต์ในเม็ดบัวไทยและจีนพบว่า เม็ดบัวไทยมีปริมาณสารแอนติออกซิแดนต์สูงกว่าเม็ดบัวจีน 5-6 เท่า

         
อาจารย์ปริญดาจึงแนะนำว่า ถ้าต้องการให้ร่างกายได้รับสารแอนติออกซิแดนต์ปริมาณสูงควรเลือกกินเม็ดบัวไทยดีกว่า โดยเฉพาะเม็ดบัวไทยสด

         
วิธีกินคือ ลอกเปลือกออกจากเมล็ด โดยไม่ดึงเยื่อหุ้มเมล็ดและดีบัวออก กินสดๆทั้งเมล็ด จะทำให้ร่างกายได้รับวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านมะเร็งซึ่งอยู่บริเวณเยื่อหุ้มเมล็ด และดีบัวในปริมาณสูง

         
ส่วนชนิดอบแห้งนั้น เรานำมาทำอาหารคาวหวานได้หลากหลาย ที่คุ้นเคยกันดี คือ น้ำอาร์ซี เม็ดบัวต้มน้ำตาลทรายแดง ผสมในเต้าฮวย หรือเต้าทึง ข้าวอบใบบัว เป็นต้น


ส่วนเคล็ดลับการเลือกซื้อให้ได้ของสดใหม่ คุณภาพดีมีดังนี้ค่ะ
ชนิดอบแห้ง 
          1.
ควรเลือกเมล็ดที่มีสีเหลืองนวล ถ้ามีสีเหลืองเข้ม แสดงว่าเป็นเม็ดบัวเก่าที่เก็บไว้นานแล้ว เมล็ดไม่แตกหัก และไม่มีฝุ่นละอองปนเปื้อน
          2.
ขั้วเมล็ดไม่ดำคล้ำ เพราะจะเป็นเมล็ดที่เก็บไว้นานแล้ว
          3.
ไม่มีกลิ่นสาบหรือเหม็นหื่น
ชนิดฝักสด
         
เลือกฝักที่มีเมล็ดขนาดใหญ่ สีเขียวอ่อน จะได้เม็ดบัวที่มีเนื้อกรอบ หวานกำลังดี คราวนี้ถ้าเจอฝักบัวสดในตลาดอย่าลืมซื้อติดไม้ติดมือมาคนละสองสามกำนะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลจากชีวจิต


 แหล่งข้อมูล : วิชาการดอทคอม

หมาก แก้เบาหวานแผลหายเร็ว




ผม เคยเขียนเรื่อง หมาก แก้เบาหวานไปแล้ว เป็นสูตรที่ใช้ได้ผลดีมาแต่โบราณ แต่มีผู้อ่านไทยรัฐจำนวนมากพลาดข้อมูลดังกล่าวอยากทราบว่ามีวิธีกินอย่างไร เพราะบางคนเป็น แผลรักษาไม่หายด้วย  จึงเห็นใจมาก โดยให้เอา หมาก ที่กินกับพลูแบบสด 1 ลูก ผ่า 4 ซีก ต้มกับน้ำ 1 ลิตร จนเดือดหรือประมาณ 10 นาที ดื่มครั้งละครึ่งแก้ว เช้า กลางวัน เย็น ก่อนอาหาร ต้มดื่มวันละ 1 ลูก เมื่อน้ำตาลลดแล้วต้มดื่มแบบวันเว้นวันได้ ซึ่ง หมาก มีรสฝาด จะช่วยสมานแผลของผู้เป็นโรคเบาหวานหายเร็วขึ้น

        หมาก หรือ ARECA  CATECHU  LINN. อยู่ในวงศ์ ARECACEAE ราก แช่เหล้าขาวดื่ม แก้ปวดเมื่อยเส้นเอ็นดีมาก ราก ต้มน้ำดื่มแก้พิษร้อนภายในสมานลำไส้ ใบ ต้มน้ำดื่มและอาบแก้ไข้ แก้หวัด ผื่นคันตามตัว ป้องกันสารพิษทำลายตับ ราก ต้มน้ำเดือดอมขณะอุ่นแก้ปากเปื่อย ถอนพิษถูกสารปรอทในฟันได้ครับ

        หนังสือ สมุนไพรไม้ดอกไม้ประดับหายาก เล่มที่ 5 ของ นายเกษตร สี่สีทั้งเล่ม พิมพ์จำนวนจำกัดหมดแล้วหมดเลย เนื้อหาไม่ซ้ำกับทุกเล่มที่ผ่านมา ไม่วางขายที่ไหน ราคาเล่มละ 600 บาทบวกค่าส่งกลับเล่มละ 30 บาท ส่งธนาณัติซื้อสั่งจ่าย คุณนงลักษณ์ ศรีอัชรานนท์ตู้ ปณ.48 ปณ. สามแยกลาดพร้าว กทม. 10901 ระบุที่ส่งกลับ ให้ชัดเจน หรือสอบถามผลิตภัณฑ์สมุนไพรแห้ว หมูแคปซูล ช่วยลดความดันโลหิต, เพชรสังฆาตแคปซูล แก้ริดสีดวงทวาร, สเปร์ยฉีดบำรุงรากผม, ขมิ้นชันแคปซูล แก้โรคกระเพาะอาหาร, ยาลดเบาหวาน แคปซูลทำจากสมุนไพรหลายชนิด, ยาต้มคลายเส้นไม้เท้าเฒ่าอาลี แก้ปวดเมื่อยแก้เกาต์ลดเบาหวานบำรุงไต บำรุงกำลัง, ครีมโลดทนง รักษาสิวฝ้า รูขุมขนตีบลง, คอลลาเจนบริสุทธิ์ ช่วยให้ใบหน้ากระชับ, ตรีผลา ลดไขมันในเส้นเลือด ลดไตรกลีเซอไรด์, ดีบัวแคปซูล ช่วยขยายหลอดเลือด ไปเลี้ยงสมอง หัวใจ, ว่านชักมดลูกแคปซูล โทร. 0–2275–2692 ครับ

 นายเกษตร

 ขอขอบคุณ
 แหล่งข้อมูล : ไทยรัฐ ออนไลน์ 14 พฤษภาคม 2555